10 หมวดธุรกิจมูลค่าตลาดสูงสุด เปลี่ยนแปลงอย่างไร ณ สิ้น พ.ค.64

10 หมวดธุรกิจมูลค่าตลาดสูงสุด เปลี่ยนแปลงอย่างไร ณ สิ้น พ.ค.64

โดยหมวดธุรกิจที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด 10 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกหมวด แต่จะมี Outperform ตลาดอยู่ 4 หมวด คือ อาหารและเครื่องดื่ม, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, วัสดุก่อสร้าง, เงินทุนและหลักทรัพย์

.

[มูลค่าตลาด (Market Cap.) ของตลาดรวม ปิดที่ 18.22 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1.91 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12% จากปิดสิ้นปี 2563 (16.36 ล้านล้านบาท) ]

.

และแม้ทั้ง 10 หมวดธุรกิจจะเพิ่มสูงขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมา แต่มีเพียง 3 หมวดธุรกิจเท่านั้น ที่ยังปรับเพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) คือ ขนส่งและโลจิสติกส์, อาหารและเครื่องดื่ม, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เหลือปรับตัวลดลง

.

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ในภาพรวมตลาดหุ้นจะปรับตัวได้สูงขึ้น (เทียบกับสิ้นปี 63) ไม่ได้เกิดจากหุ้นในกลุ่มใหญ่ๆ เพราะจากโพสก่อนหน้า ( เช็คมูลค่าตลาด 10 หมวดธุรกิจ ที่เพิ่มสูงสุด ณ สิ้น พ.ค.64 (Outperform) > https://bit.ly/3paIvhP)

.

จะเห็นว่า กลุ่มหุ้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าตลาด ล้วนอยู่ในหมวดธุรกิจที่มีมูลค่าตลาดระดับกลางๆ ไม่สูงมากนัก เช่น กลุ่มเหล็ก, ธุรกิจการเกษตร, รับเหมาก่อสร้าง เป้นต้น

.

โพสนี้จึงมาสรุป 10 หมวดธุรกิจมูลค่าตลาดสูงสุด เปลี่ยนแปลงอย่างไร ณ สิ้น พ.ค.64 ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

.

(ตารางเรียงลำดับ ตามหมวดธุรกิจที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด)

.

1. พลังงานและสาธารณูปโภค

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 3,624,172 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 3.5% หรือเพิ่มขึ้น 122,949 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 3,501,223 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -9.6 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : PTT (-7%), PTTEP (+21%), GULF (-1%)

.

2. พาณิชย์

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 1,680,228 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 9.8% หรือเพิ่มขึ้น 150,273 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 1,529,955 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -1.7 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : CPALL (+4%), CRC (+8%), HMPRO (+1%)

.

3. ธนาคาร

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 1,559,470 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 5.5% หรือเพิ่มขึ้น 81,291 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 1,478,179 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -6.6 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : SCB (+17%), KBANK (+5%), BAY (+4%)

.

4. ขนส่งและโลจิสติกส์

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 1,442,232 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 7.6% หรือเพิ่มขึ้น 101,411 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 1,340,821 ล้านบาท อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 4.4 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : AOT (+1%), BEM (-1%), BTS (-2%)

.

5. อาหารและเครื่องดื่ม

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 1,163,872 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 14.3% หรือเพิ่มขึ้น 145,398 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 1,018,474 ล้านบาท อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 2.7 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : CPF (+2%), MINT (+25%), CBG (+16%)

.

6. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 1,075,488 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 5% หรือเพิ่มขึ้น 51,162 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 1,024,326 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -1.6 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : ADVANC (-4%), INTUCH (+14%)
TRUE (-8%)

.

7. พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 1,003,163 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 9.8% หรือเพิ่มขึ้น 89,904 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 913,259 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -1.3 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : CPN (+10%), AWC (+5%), LH (+1%)

.

8. ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 907,115 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 25.3% หรือเพิ่มขึ้น 183,061 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 724,054 ล้านบาท อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 49.8 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : DELTA (+19%), KCE (+71%),
HANA (+52%)

.

9. วัสดุก่อสร้าง

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 842,368 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 20.4% หรือเพิ่มขึ้น 142,443 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 699,925 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -2.9 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : SCC (+16%), TOA (+12%), SCCC (+34%)

.

10. เงินทุนและหลักทรัพย์

โดยมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 เท่ากับ 782,315 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 19% หรือเพิ่มขึ้น 124,824 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 657,491 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -3.9 %

หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่ม : KTC (+23%), SAWAD (+14%)
, NCAP (+166%)

.

❗หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂

.

.Reference
– https://www.set.or.th /

.

.

สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : https://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *