15 หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ที่ราคาเพิ่มสูงสุด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 (เทียบสิ้นปี 63 และ เม.ย.64)

15 หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ที่ราคาเพิ่มสูงสุด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 (เทียบสิ้นปี 63 และ เม.ย.64)

หุ้นกล่มบรรจุภัณฑ์ (PKG) เป็นอีกกลุ่มที่ทำผลงานได้โดดเด่นมากกว่าตลาดโดยรวม (Outperform) โดยมูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มนี้ ณ สิ้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา เท่ากับ 3.2 แสนล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 63 จาก 2.5 แสนล้านบาท
.

ซึ่งแม้ในช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา (เม.ย.-พ.ค.) หุ้นในกลุ่มจะย่อตัวลงไปบ้าง ทำให้มูลค่าตลาดรวมปรับตัวลดลงไป 2% แต่ก็มีหุ้นบางตัวที่ยังปรับตัวสูงขึ้นมาได้อย่างโดดเด่น เช่น TPP, SITHAI, GLOCON เป็นต้น

.

โพสนี้จึงจะมาสรุป 15 หุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกันบ้าง

.

(ข้อมูลเรียงลำดับจาก %เพิ่มมากสุดเมื่อเที่ยบกับสิ้นปี 63)

.

1. TPP : บริษัท ไทยบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 866 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 23.1 บาท เพิ่มขึ้น 11.5 บาท จาก 11.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 99.1% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 35.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 42.47 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2QXy4kW

.

2. SITHAI : บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,062 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 1.13 บาท เพิ่มขึ้น 0.49 บาท จาก 0.64 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 76.6% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 17.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3toknIW

.

3. SLP : บริษัท สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 852 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 0.71 บาท เพิ่มขึ้น 0.28 บาท จาก 0.43 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 65.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -13.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3b6VQBU

.

4. NEP : บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 907 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 0.39 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท จาก 0.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 56% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -15.2% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3uor8vN

.

5. TFI : บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,938 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 0.27 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท จาก 0.19 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 42.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -18.2% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 78.96 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3enBxC5

.

6. SCGP : บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 237,184 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 55.25 บาท เพิ่มขึ้น 13.75 บาท จาก 41.5 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 33.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -0.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 34.57 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2JCi0kR

.

7. PTL : บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 24,075 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 26.75 บาท เพิ่มขึ้น 4.15 บาท จาก 22.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 18.4% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -5.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 8.1 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2O8e7WI

.

8. TOPP : บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,320 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 220 บาท เพิ่มขึ้น 31 บาท จาก 189 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 16.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 10.59 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3nRFsdC

.

9. SPACK : บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 846 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 2.82 บาท เพิ่มขึ้น 0.38 บาท จาก 2.44 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 15.6% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -19% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 9.97 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2RwYvxz

.

10. GLOCON : บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,047 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 1.07 บาท เพิ่มขึ้น 0.13 บาท จาก 0.94 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 13.8% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 18.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3x5t255

.

11. SFLEX : บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,838 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 5.9 บาท เพิ่มขึ้น 0.55 บาท จาก 5.35 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 10.3% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -5.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 33.05 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3xR3Hx5

.

12. SMPC : บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 5,891 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 11 บาท เพิ่มขึ้น 0.7 บาท จาก 10.3 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 6.8% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 10.03 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hjWhwr

.

13. TMD : บริษัท อุตสาหกรรมถังโลหะไทย จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,585 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 23.9 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท จาก 22.9 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 4.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 10.94 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3z8KZ4z

.

14. TCOAT : บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 284 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 27 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท จาก 26 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 3.8% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 22.97 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3in3pZu

.

15. TPBI : บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,168 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 5.2 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท จาก 5.05 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 3% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -21.2% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 13.26 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2RvCX4J

.
.

❗หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂

.

#หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์
#การลงทุน
#iYomBizInspiration

.

Reference
– https://www.set.or.th /

.

สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : https://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *