จักรวาลหุ้นไทย เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง และผลตอบแทนราคา ประจำปี 2564

จักรวาลหุ้นไทย เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง และผลตอบแทนราคา ประจำปี 2564

รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นที่สนใจมากในปีที่ผ่านมา เพราะกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งจากข้อดีที่เกิดจากความคุ้มค่าในการใช้งาน แถมยังลดการทำลายสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญยังเป็นโอกาสให้หลายประเทศ สร้างห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมใหม่ ที่จะมาช่วยสร้างทั้งมูลค่าและคุณค่าให้กับเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

.

ซึ่งในปีที่ผ่าน นโยบายจากทางภาครัฐฯ ที่มีการส่งเสริมในเรื่องการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ทำให้ประมาณการกันว่าในปี 2564 ที่ผ่านมานี้ ไทยจะมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ราว 50,000 คัน ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วสูงถึง 70% นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าอีก 10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะมียอดขายและยอดผลิตรถยนต์ EV เกินครึ่งจากสัดส่วนการขายและการผลิตทั้งหมด

.

จึงทำให้เทรนด์การลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟ้ฟ้าในตลาดบ้านเรา เป็นที่สนใจและเทรดกันอย่างคึกคัก เพื่อตอบรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

.

โพสนี้จึงได้สำรวจและรวบรวมจักรวาลหุ้นไทย เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ในตลาดหลักทรัพย์ว่ามีอะไรบ้าง พร้อมทั้งผลตอบแทนราคาในปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 35 หุ้น แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ

.

  1. กลุ่มชิ้นส่วนประกอบ EV100% มี 12 หุ้น
  2. กลุ่มสถานีชาร์จ มี 6 หุ้น
  3. กลุ่มแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มี 3 หุ้น
  4. กลุ่มแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน มี 5 หุ้น
  5. กลุ่มชิ้นส่วนประกอบแบบ Hybrid/plug-in มี 2 หุ้น
  6. กลุ่มอุปกรณ์สายไฟฟ้า มี 1หุ้น
  7. กลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสาร EV Car มี 5 หุ้น
  8. กลุ่มบริการเดินรถ มี 1 หุ้น

.

ไปดูกันครับว่า จักรวาลหุ้นไทย ในกระแสรถยนต์ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง

.

(ข้อมูลหุ้นตามแต่ละกลุ่มเรียงลำดับจาก หุ้นที่มีผลตอบแทนราคาเพิ่มสูงสุดในปี 2564)

.


.

🎯 กลุ่มที่ 1 : ชิ้นส่วนประกอบ EV100%

.

แม้จะผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสายการผลิตจากเครื่องยนต์สันดาป แต่ก็มีหลายบริษัทที่น่าจะได้รับผลบวก จากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น ชิ้นส่วนพลาสติก โคมไฟ ยาง เบาะ ระบบปรับอากาศ เป็นต้น

สำหรับหุ้นผลิตชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ EV 100% ประกอบด้วย 12 หุ้น ดังนี้คือ

.

1. FPI : บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 5,265 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 3.48 บาท เพิ่มขึ้น 1.99 บาท จาก 1.49 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 133.6%

– PE เท่ากับ 23.84เท่า, P/B เท่ากับ 3.08 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.17%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3y0sg9V

.

2. PACO : บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,960 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 2.96 บาท เพิ่มขึ้น 1.56 บาท จากราคา IPO ที่ 1.40 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 111.4%

– PE เท่ากับ 29.22เท่า, P/B เท่ากับ 3.33 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3deQoOb

.

3. INGRS : บริษัท อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,259 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 0.87 บาท เพิ่มขึ้น 0.44 บาท จาก 0.43 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 102.3%

– PE เท่ากับ 0เท่า, P/B เท่ากับ 0.97 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3xrcCVA

.

4. HTECH : บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,845 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 6.15 บาท เพิ่มขึ้น 3.05 บาท จาก 3.10 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 98.4%

– PE เท่ากับ 15.35เท่า, P/B เท่ากับ 1.57 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.43%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3eWJqyf

.

5. TKT : บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 423 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 1.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.88 บาท จาก 0.90 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 97.8%

– PE เท่ากับ 0เท่า, P/B เท่ากับ 0.99 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3wjWwLT

.

6. HFT : บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 5,663 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 8.6 บาท เพิ่มขึ้น 3.6 บาท จาก 5.00 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 72%

– PE เท่ากับ 11.48เท่า, P/B เท่ากับ 1.65 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 3.80%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3jPOcAV

.

7. BM : บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,962 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 4.46 บาท เพิ่มขึ้น 1.8 บาท จาก 2.66 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 67.7%

– PE เท่ากับ 22.15เท่า, P/B เท่ากับ 2.62 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.79%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3JWXaHn

.

8. PIMO : บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,195 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 3.56 บาท เพิ่มขึ้น 1.4 บาท จาก 2.16 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 64.8%

– PE เท่ากับ 23.91เท่า, P/B เท่ากับ 3.96 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.48%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3gbLSBX

.

9. EPG : บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 31,360 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 11.2 บาท เพิ่มขึ้น 4.1 บาท จาก 7.10 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 57.7%

– PE เท่ากับ 18.5เท่า, P/B เท่ากับ 2.73 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 2.52%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3q308j5

.

10. AH : บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 9,581 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 27 บาท เพิ่มขึ้น 9.2 บาท จาก 17.80 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 51.7%

– PE เท่ากับ 9.2เท่า, P/B เท่ากับ 1.12 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.51%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2SA54zZ

.

11. TRU : บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,894 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 4.86 บาท เพิ่มขึ้น 1.12 บาท จาก 3.74 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 29.9%

– PE เท่ากับ 58.96เท่า, P/B เท่ากับ 0.89 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.22%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hHqzrD

.

12. PCSGH : บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 7,778 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 5.1 บาท เพิ่มขึ้น 0.36 บาท จาก 4.74 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 7.6%

– PE เท่ากับ 11.76เท่า, P/B เท่ากับ 1.68 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 4.95%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3rtrek9

.

.

🎯 กลุ่มที่ 2 : สถานีชาร์จ

.

ตอนนี้หลายคนน่าจะเริ่มคุ้นตากับ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในปั๊มน้ำมัน ที่จอดรถในสำนักงาน / บ้าน / คอนโด / ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ เป็นต้น และก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังขยายกาลงทุนทำสถานีชาร์จไฟเพิ่มเติม เพราะถือได้ว่าเป็นเป็นบริการที่แม้จะอยู่ปลายน้ำ แต่ก็มีความสามารถในการเติบโตจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเช่นเดียวกัน

สำหรับหุ้นในกลุ่มสถานีชาร์จ ประกอบด้วย 6 หุ้น

.

13. FORTH : บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 20,352 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 21.2 บาท เพิ่มขึ้น 15.1 บาท จาก 6.10 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 247.5%

– PE เท่ากับ 27.35เท่า, P/B เท่ากับ 13.17 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.53%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3wgoTLU

.

14. SIRI : บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 18,306 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 1.23 บาท เพิ่มขึ้น 0.42 บาท จาก 0.81 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 51.9%

– PE เท่ากับ 8.09เท่า, P/B เท่ากับ 0.47 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 3.25%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2XApo3z

.

15. OR : บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 324,000 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 27 บาท เพิ่มขึ้น 9 บาท จากราคา IPO ที่ 18.00 บาท เพิ่มขึ้น 50%

– PE เท่ากับ 26.9เท่า, P/B เท่ากับ 3.35 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.36%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3bUgXYl

.

16. BCP : บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 34,767 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 25.25 บาท เพิ่มขึ้น 4.65 บาท จาก 20.60 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 22.6%

– PE เท่ากับ 5.6เท่า, P/B เท่ากับ 0.66 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.58%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3paBID8

.

17. CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 530,003 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 59 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท จาก 58.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 1.3%

– PE เท่ากับ 53.79เท่า, P/B เท่ากับ 5.52 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.53%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3sbcxT0

.

18. PTT : บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,085,394 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 38 บาท ลดลง -4.5 บาท จาก 42.50 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ ลดลง -10.6%

– PE เท่ากับ 11.55เท่า, P/B เท่ากับ 1.11 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 2.61%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3cTSe6m

.

🎯 กลุ่มที่ 3 : แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์

.

เมื่อพูดถึงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นส่วนสำคัญในการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า

.

สำหรับหุ้นในกลุ่มนี้ก็มี 3 เจ้าหลัก คือ

.

19. HANA : บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 71,232 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 88.5 บาท เพิ่มขึ้น 48.75 บาท จาก 39.75 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 122.6%

– PE เท่ากับ 30.93เท่า, P/B เท่ากับ 2.98 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.57%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3nXZ2De

.

20. KCE : บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 103,980 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 88 บาท เพิ่มขึ้น 46.5 บาท จาก 41.50 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 112%

– PE เท่ากับ 49.38เท่า, P/B เท่ากับ 8.2 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.89%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/2KsWMXb

.

21. DELTA : บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 513,921 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 412 บาท ลดลง -74 บาท จาก 486.00 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ ลดลง -15.2%

– PE เท่ากับ 83.1เท่า, P/B เท่ากับ 12.96 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.80%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/2LK3LeU

.

🎯 กลุ่มที่ 4 : แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน

.

อีกหนึ่งหัวใจของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า นั่นคือ แบตเตอรี่ ที่เป็นแหล่งพลังงานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะนำมาแทนที่การใช้เครื่องยนต์สันดาป (เผาใหม้ภายใน) จึงจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ที่ถือว่าเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานที่มีคุณภาพสูงในเวลานี้ เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและยังมีอายุใช้งานที่ยาวนานกว่า จึงเหมาะกับการใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า

.

สำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ประกอบด้วย

.

22. EA : บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 358,080 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 96 บาท เพิ่มขึ้น 46.75 บาท จาก 49.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 94.9%

– PE เท่ากับ 62.79เท่า, P/B เท่ากับ 11.65 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.31%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/38WKdgb

.

23. GPSC : บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 250,251 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 88.75 บาท เพิ่มขึ้น 15 บาท จาก 73.75 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 20.3%

– PE เท่ากับ 32.89เท่า, P/B เท่ากับ 2.37 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.70%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3sD7Lyq

.

24. BPP : บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 52,421 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 17.2 บาท เพิ่มขึ้น 2.1 บาท จาก 15.10 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 13.9%

– PE เท่ากับ 13.24เท่า, P/B เท่ากับ 1.14 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 3.85%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/38W2iLk

.

25. BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 71,721 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 10.6 บาท ลดลง -0.4 บาท จาก 11.00 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ ลดลง -3.6%

– PE เท่ากับ 12.16เท่า, P/B เท่ากับ 1.04 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 2.12%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3rv6M1n

.

26. BCPG : บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 34,728 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 12 บาท ลดลง -2.2 บาท จาก 14.20 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ ลดลง -15.5%

– PE เท่ากับ 16.67เท่า, P/B เท่ากับ 1.27 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 2.23%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/2KzFF66

.

🎯 กลุ่มที่ 5 : ชิ้นส่วนประกอบแบบ Hybrid/plug-in

.

นอกจากผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบ EV100% แล้ว ยังมีกลุ่มที่เป็นส่วนประกอบแบบ Hybrid/plug-in อีก คือ

.

27. STANLY : บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 13,409 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 175 บาท เพิ่มขึ้น 7 บาท จาก 168.00 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 4.2%

– PE เท่ากับ 8.16เท่า, P/B เท่ากับ 0.7 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 3.15%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2SA4WAv

.

28. GYT : บริษัท กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,328 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 179.5 บาท ลดลง -59.5 บาท จาก 239.00 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ ลดลง -24.9%

– PE เท่ากับ 0เท่า, P/B เท่ากับ 0.38 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/33kqx5v

.

🎯 กลุ่มที่ 6 : อุปกรณ์สายไฟฟ้า

29. STARK : บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 56,436 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 4.74 บาท เพิ่มขึ้น 0.48 บาท จาก 4.26 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 11.3%

– PE เท่ากับ 24.33เท่า, P/B เท่ากับ 9.67 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3kZtX2r

.

🎯 กลุ่มที่ 7 : ผู้ประกอบการรถโดยสาร EV Car

.

ผู้ประกอบรถโดยสาร EV Car เช่น รถบัสไฟฟ้า มินิบัสไฟฟ้า และรถตู้ไฟฟ้า รวมถึงเรือโดยสารไฟฟ้า ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนจากทางภาครัฐ สำหรับหุ้นในกลุ่มนี้ ประกอบด้วย

.

30. AJA : บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,993 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 0.63 บาท เพิ่มขึ้น 0.51 บาท จาก 0.12 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 425%

– PE เท่ากับ 0เท่า, P/B เท่ากับ 3.94 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3BBuQWV

.

31. NEX : บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 32,652 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 19.5 บาท เพิ่มขึ้น 15.3 บาท จาก 4.20 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 364.3%

– PE เท่ากับ 0เท่า, P/B เท่ากับ 11.34 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/38YzgdO

.

32. CHO : บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,807 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 1.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.52 บาท จาก 0.50 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 104%

– PE เท่ากับ 0เท่า, P/B เท่ากับ 1.79 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3dZZrCq

.

33. CWT : บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,231 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 3.54 บาท เพิ่มขึ้น 1.14 บาท จาก 2.40 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 47.5%

– PE เท่ากับ 10.71เท่า, P/B เท่ากับ 1.35 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3ho3vPU

.

34. TWZ : บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,489 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 0.1 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท จาก 0.07 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 42.9%

– PE เท่ากับ 154.44เท่า, P/B เท่ากับ 0.48 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 0.00%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3rNQRNH

.

🎯 กลุ่มที่ 8 : บริการเดินรถ

.

กลุ่มนี้จะเกี่ยวกับการให้บริการเดินรถตามระยะทางที่กำหนด ซึ่งให้บริการตามบริษัทใหญ่ ๆ เชน เพื่อรับส่งพนักงาน โดยใช้รถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยหุ้นดังกล่าว คือ

.

35. ATP30 : บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,474 ล้านบาท]

– โดยราคาหุ้น สิ้นปี 2564 ปิดที่ 2.16 บาท เพิ่มขึ้น 1.21 บาท จาก 0.95 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 127.4%

– PE เท่ากับ 43.89เท่า, P/B เท่ากับ 3 เท่า และอัตราปันผล เท่ากับ 1.39%

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3zNwyDQ

.

❗ หมายเหตุ :

  1. โพสนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่าง หุ้นที่มีโอกาสได้รับอานิสงค์จากเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับใครที่สนใจควรติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอนะครับ
  2. โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂

.

Reference :

– https://www.set.or.th

  • กรุงเทพธุรกิจ

.
ุ้

ตลาดหุ้นไทย #หุ้นรถยนต์ไฟฟ้า #หุ้นรถEV #ผลตอบแทน #การลงทุน #iYomBizInspiration

.
สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : https://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration
youtube : https://www.youtube.com/c/iYomBizInspiration

Leave a Reply

Your email address will not be published.