15 หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ราคาเพิ่มสูงสุด จากสิ้นปี 2563 (ณ สิ้นเดือน ก.ค.2564)

15 หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ราคาเพิ่มสูงสุด จากสิ้นปี 2563 (ณ สิ้นเดือน ก.ค.2564)

การเติบโตของ E-commerce ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าโดดเด่น ทั้งที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตามยุค IT ที่เคลือบคลานเข้ามาเพียงปลายนิ้วสัมผัส อีกทั้งจากวิกฤตโรคระบาดในครั้งนี้ ทำให้ E-commerce กลายเป็นช่องทางหลักมในการทำธุรกิจ ส่งผลให้ผู้บริโภคเข้ามาสู่ตลาดนี้กันแบบก้าวกระโดด

.

ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจที่ต่อเนื่อง อย่างหุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ (PKG) เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับอานิสงค์จากการขยายตัวของตลาด E-commerce จึงทำให้หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ มีผลตอบแทนราคาโดดเด่น ในรอบปีที่ผ่านมาอ มากกว่าตลาดโดยรวม (Outperform)

.

โดยดัชนีหุ้นกลุ่มกลุ่มบรรจุภัณฑ์ (PKG) ณ สิ้นเดือน ก.ค.2564 เพิ่มขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ที่ผ่าน ในขณะที่ดัชนี SET เพิ่มเพียง 5% เท่านั้น

.

อีกทั้งในช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา (มิ.ย.-ก.ค.) หุ้นในกลุ่มนี้ ยังมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างโดดเด่น ทั้ง SCGP, SLP และ BGC เป็นต้น

.

โพสนี้จึงจะมาสรุปราคา 15 หุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ณ สิ้นเดือน ก.ค.2564 ที่ราคาเพิ่มสูงสุด เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563

.

(ข้อมูลเรียงลำดับจาก %เพิ่มมากสุดเมื่อเที่ยบกับสิ้นปี 63)

.

  1. SITHAI : บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,821 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 1.41 บาท เพิ่มขึ้น 0.77 บาท จาก 0.64 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 120.3% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3toknIW

.

  1. SLP : บริษัท สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,104 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 0.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.49 บาท จาก 0.43 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 114% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 10.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3b6VQBU

.

  1. SCGP : บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 297,285 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 69.25 บาท เพิ่มขึ้น 27.75 บาท จาก 41.5 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 66.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 11.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 43.33 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2JCi0kR

.

  1. TPP : บริษัท ไทยบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 694 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 18.5 บาท เพิ่มขึ้น 6.9 บาท จาก 11.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 59.5% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -4.1% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 34.02 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2QXy4kW

.

  1. NEP : บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 884 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 0.38 บาท เพิ่มขึ้น 0.13 บาท จาก 0.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 52% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -2.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3uor8vN

.

  1. SPACK : บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 936 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 3.12 บาท เพิ่มขึ้น 0.68 บาท จาก 2.44 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 27.9% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -13.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 11.03 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2RwYvxz

.

  1. TFI : บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,038 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 0.24 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท จาก 0.19 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 26.3% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -11.1% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 80.98 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3enBxC5

.

  1. BGC : บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 8,542 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 12.3 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท จาก 10.3 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 19.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 20.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 15.88 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

  1. TOPP : บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,260 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 210 บาท เพิ่มขึ้น 21 บาท จาก 189 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 11.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 10.12 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3nRFsdC

.

  1. PTL : บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 21,870 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 24.3 บาท เพิ่มขึ้น 1.7 บาท จาก 22.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 7.5% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -6.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 7.36 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2O8e7WI

.

  1. TCOAT : บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 289 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 27.5 บาท เพิ่มขึ้น 1.5 บาท จาก 26 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 5.8% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -4.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 23.4 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hsZ2tK

.

  1. TMD : บริษัท อุตสาหกรรมถังโลหะไทย จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,600 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 24 บาท เพิ่มขึ้น 1.1 บาท จาก 22.9 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 4.8% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 10.99 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3z8KZ4z

.

  1. SMPC : บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 5,676 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 10.6 บาท เพิ่มขึ้น 0.3 บาท จาก 10.3 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 2.9% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -0.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 9.67 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hjWhwr

.

  1. SFLEX : บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,469 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 5.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.1 บาท จาก 5.35 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 1.9% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -4.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 30.53 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3xR3Hx5

.

  1. AJ : บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 8,404 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-7-2564 ปิดที่ 19.1 บาท เพิ่มขึ้น 0.3 บาท จาก 18.8 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 1.6% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (มิ.ย.) ปรับตัวลดลง -9.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 12.13 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3tlVGg3

.
.

❗หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂

.

#หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์
#การลงทุน
#iYomBizInspiration

.

Reference
– https://www.set.or.th /

.

สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : https://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

Leave a Reply

Your email address will not be published.