10 ขั้นตอน เริ่มต้น ธุรกิจเบเกอรี่ ที่บ้าน

10 ขั้นตอน เริ่มต้น ธุรกิจเบเกอรี่ ที่บ้าน

คุณชอบกินคุกกี้ใช่ไหมครับ ?
แล้วคุณก็อยากลองทำคุกกี้ กินเองด้วยหรือเปล่า ?
แล้วคุณคิดว่า คนอื่นก็ชอบกินคุกกี้ของคุณด้วยใช่ไหม ?

ถ้าคำตอบคือใช่ทั้งหมด ก็มีความเป็นไปได้ที่คุณจะมีจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มต้น ธุรกิจเบเกอรี่ ได้เองเลยจากที่บ้าน อันที่จริงในช่วงนี้ ถ้าเราสามารถหยิบจับอะไรใกล้ตัว มาสร้างเป็นธุรกิจจากที่บ้านได้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะทำเป็นแหล่งรายได้เสริมแล้ว สำหรับคนที่ว่างงานหรือกำลังหางาน หาอาชีพสร้างรายได้ คุกกี้ ก้อนเล็ก ๆ ที่คุณชอบทำก็สามารถสร้างเป็นธุรกิจได้เช่นกัน

(ใครอยากหาไอเดียเริ่มต้นธุรกิจจากที่บ้าน ลองไปดูได้ที่ 10 ธุรกิจ เริ่มต้นจากที่บ้านได้ทันที )

ก่อนอื่นเรามาดู ข้อดี-ข้อเสีย ของการเริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่ที่บ้าน กันก่อน

✔ ข้อดี

1. คุณได้ทำในสิ่งที่คุณชอบ
2. คุณสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ของคุณ ในการทำเบเกอรี่ต่าง ๆ ได้เต็มที่
3. เริ่มต้นด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูง
4. ความยืดหยุ่นในการทำงาน เพราะคุณสามารถอบเบเกอรี่เมื่อไหร่ก็ได้
5. คุณสามารถขายผ่านช่องออนไลน์ได้สบาย ๆ

❌ ข้อเสีย

1. การเปลี่ยนสิ่งที่คุณชอบให้เป็นงานหรือธุรกิจ มันจะดึงความสนุกออกมาจากสิ่งที่คุณทำได้
2. การอบอาจใช้เวลานานโดยเฉพาะการอบในปริมาณมาก ๆ เพื่อที่จะสร้างรายได้ที่ดี
3. เพื่อรักษาความสดใหม่ จำเป็นที่คุณต้องทำการอบบ่อย ๆ จึงยากต่อการผลิตไว้ล่วงหน้าเพื่อขาย ส่งผลให้คุณอาจต้องใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อการผลิต โดยไม่ดีมีเวลาทำการตลาดอย่างอื่นเลย
4. การมีกฏระเบียบในการขออนุญาต ทั้งจดทะเบียนดำเนินธุรกิจ และต้องตรวจสอบด้วยว่าต้องขออนุญาต อย. ด้วยหรือไม่
5. การแข่งขันในธุรกิจสูง คุณจำเป็นต้องหาจุดเด่นให้กับเบเกอรี่ของคุณ

👍 สิ่งที่คุณต้องมีก่อนจะเริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่ที่บ้าน

– ทักษะความรู้ที่เพียงพอในเรื่องเกี่ยวกับโภชนาการทางด้านอาหารและสุขอนามัย เพื่อให้คุณเตรียมการทำได้อย่างถูกหลักอนามัยและรู้ถึงอันตรายที่อาจจะเกิดกับผู้บริโภคได้ เช่น คุณต้องเตือนถึงส่วนผสมบางอย่างที่ใช้ ถ้าเกิดมีผู้บริโภคแพ้สิ่งนั้น

– การมีพื้นฐานทางด้านการค้าปลีกขนมและอาหาร จะเป็นประโยชน์

– มีการใช้ซัพพลายเออร์ จัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และคุณก็ต้องมีที่เก็บอย่างถูกต้อง เพื่อรักษาคุณภาพของวัตถุดิบ อีกทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ ส่วนผสมต่าง ๆ ที่ใช้ ควรแยกออกจากของที่คุณใช้ส่วนตัว

– ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานการทำธุรกิจ การแข่งขัน การตลาด

🍪 10 ขั้นตอนเริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่ที่บ้าน

1. ศึกษาถึงข้อกำหนดและมาตรฐานต่าง ๆ

อย่างที่บอกนอกจากคุณจะต้องจดทะเบียนการค้าเพื่อจัดตั้งร้าน ซึ่งใน กทม. สามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร และในส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตทุกแห่ง

อีกทั้งในส่วนการขออนุญาต กับทาง อย. ซึ่งคุณต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่า ทั้งเรื่องวัตถุดิบ ประเภทขนม อาหาร หรือช่องทางการจัดจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ต้องจดทะเบียน อย. หรือไม่ (ซึ่งลองตรวจสอบได้ที่ อาหารประเภทใดบ้างที่ต้องมี อย. )

2. ตัดสินใจว่าคุณจะทำเบเกอรี่ประเภทใด

ที่จริงเบเกอรี่มีหลากหลายประเภท เช่น คุกกี้ เค้กและคัพเค้ก บราวนี่ พาย ขนมปัง ขนมอบ มัฟฟิน เป็นต้น คุณอาจจะเริ่มต้นจากสิ่งที่คุณชอบและถนัด สักหนึ่งหรือสองอย่างก่อน เช่น คุกกี้หรือขนมปัง ซึ่งเมื่อธุรกิจของคุณเริ่มลงตัวมากขึ้น คุณจะเรียนรู้ว่าอะไรที่ทำกำไรได้ และอะไรที่ลูกค้าชอบ ต่อจากนั้นคุณก็สามารถเพิ่มเมนูเบเกอรี่ อื่น ๆ ได้ และที่สำคัญต้องทำให้เบเกอรี่ของคุณดูโดดเด่น เช่น เบเกอรี่ทำมาจากส่วนผสมออร์แกนิก (Organic) หรือเป็นเบเกอรี่ที่ปราศจากกลูเตน (Gluten Free) เป็นต้น

3. ตัดสินใจเกี่ยวกับชื่อแบรนด์ (ชื่อธุรกิจ)

จัดทำรายชื่อแบรนด์ที่คุณชอบออกมาทั้งหมด และลองให้เพื่อนหรือคนในครอบครัว ช่วยกันเลือกและออกความคิดเห็น หรือไม่คุณจะให้กลุ่มที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณมาช่วยในการตัดสินใจก็ได้ อย่างน้อยให้เหลือสัก 3-5 ชื่อ เพื่อที่จะใช้เอาไปตรวจสอบที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาว่า มีคนใช้ชื่อแบรนด์เหล่านี้ เครื่องหมายการค้านี้ไปหรือยัง แล้วจึงมาเลือกชื่อที่ถูกใจที่สุดอีกที

สามารถตรวจสอบชื่อและเครื่องหมายการค้าได้ที่ ตรวจสอบข้อมูลเครื่องหมายการค้าสำหรับประชาชน 

4. เลือกรูปแบบโครงสร้างธุรกิจของคุณ

การเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว (Sole Proprietorship) สะดวกต่อการดำเนินงาน ทั้งเปิดง่าย ดำเนินงานง่าย ปิดก็ง่าย และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่คุณก็ต้องรู้ด้วยว่า มันไม่ได้ปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวของคุณ เช่น บ้านของคุณ นั่นหมายความว่า หากมีวันหนึ่ง ผู้บริโภคกินเบเกอรี่ของคุณแล้วป่วยขึ้นมา จนถึงขั้นฟ้องร้องคุณ ซึ่งนั่นทำให้ทรัพย์สินส่วนตัวของคุณอาจตกอยู่ในความเสี่ยง

ในขณะที่การจดในรูป บริษัท จำกัด (Limited Liability Company : LLC) น่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แม้จะมีขั้นตอนในการดำเนินงานที่มากขึ้นและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาบ้าง แต่มันน่าจะเป็นวิธีการป้องกันทรัพย์สินส่วนตัวของคุณ ออกจากความผิดพลาดทางธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้นได้

5. เขียนแผนธุรกิจและการตลาด

ถึงแม้เราจะเริ่มต้นทำธุรกิจจากที่บ้าน แต่ก็ขอให้คิดว่ามันจะเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตขึ้นได้ ดังนั้น แผนธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ทั้งภาพตลาดการแข่งขันโดยรวม จุดเด่นของสินค้าคุณ แผนในการดำเนินธุรกิจ แผนการตลาด กลยุทธ์ที่จะใช้ในการเข้าถึงลูกค้าในช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ ที่สำคัญคุณจะสามารถประเมินถึงเงินทุนที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการลงทุนได้ (ลองไปเช็ค 10 แหล่งเงินทุนของธุรกิจขนาดเล็ก )

6. กำหนดราคาขายเบเกอรี่ของคุณ

คำนวณราคาขาย โดยใช้ค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบ ส่วนผสม เวลา และค่าใช้จ่ายอื่น (เช่น การโฆษณา,ค่า GP ถ้าต้องฝากขาย) เพื่อให้แน่ใจว่า ราคาที่คุณคิดออกมา ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของคุณ และที่สำคัญก็อย่าลืมบวกกำไรเล็กน้อยด้วยนะครับ

7. ทำเบเกอรี่ตัวอย่างเพื่อทำการโฆษณา

ถ่ายภาพเบเกอรี่ หรือทำวีดีโอ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ วิธีทำต่าง ๆ จนออกมาเป็นเบเกอรี่ ที่คุณแสนจะภาคภูมิใจ และพร้อมจะประกาศให้โลกรู้ แล้วนำภาพหรือวีดีโอดังกล่าว ไปใช้ในการสื่อสารทางการตลาด เช่น ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ โบรชัวร์ หรือไว้ทำเมนู เป็นต้น สิ่งสำคัญคือ คุณต้องจัดแสง สี ฉากต่างๆ สำหรับการถ่ายทำ ให้ดูมืออาชีพ เพื่อให้เบเกอรี่ของคุณน่ากินสุด ๆ เมื่อได้เห็น แนะนำให้คุณ ลองหาเรื่องราวอะไรบางอย่าง ที่อยากจะบอกต่อเกี่ยวกับเบเกอรี่ของคุณ ก็จะทำให้เบเกอรี่ก้อนนี้น่ากินยิ่งขึ้นด้วยครับ

(ถ้าเกินความสามารถในการถ่ายทำ ลองให้เพื่อนฝูงมาช่วยถ่าย ช่วยจัดฉาก ในเบื้องต้นก่อนก็ได้ครับ)

8. บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ

Packaging หรือบรรจุภัณฑ์ เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนทำธุรกิจเบเกอรี่ เพราะนอกจากต้องมีความอร่อย สะอาดแล้ว บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ก็ต้องสวยงามและมีแบรนด์สินค้าของคุณอย่างชัดเจน เพื่อดึงดูดลูกค้า ใช่ครับคุณอาจจะต้องลงทุนในเรื่องบรรจุภัณฑ์บ้าง แต่รับรองมันจะทำให้เบเกอรี่ของคุณดูน่ากินและดูเป็นมืออาชีพขึ้น

ซึ่งคุณอาจจะเลือกสั่งฉลากสติกเกอร์ที่มีชื่อแบรนด์ของคุณ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า โดยที่คุณสามารถติดสติกเกอร์แบรนด์เข้ากับทุกบรรจุภัณฑ์ได้ อีกทั้งคุณยังสามารถใส่ข้อมูลพิเศษ เช่น ใช้วัตถุดิบออร์แกนิค หรือ ปราศจากกลูเตน (Gluten Free) เพิ่มเข้าด้วย

และสิ่งสำคัญอีกอย่างในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ ต้องคำนึงถึงช่องทางการจัดจำหน่ายด้วย โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ต้องมีการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเบเกอรี่ของคุณด้วย

9. ทดลองฝากขายตามร้านกาแฟ หรือร้านค้าอื่น ๆ

นำเบเกอรี่ของคุณไปฝากขายที่ร้านกาแฟใกล้บ้าน หรือจะเป็นร้านค้าอื่น ๆ เพื่อทดลองดูว่าคุณสามารถขายได้หรือไม่ ผลตอบรับเป็นอย่างไร อย่าลืมให้เจ้าของร้านได้ลองชิมของคุณด้วย พร้อมกับให้โบรชัวร์ไว้ด้วย สิ่งสำคัญ คือ ข้อตกลงในการขาย ควรจะทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุรายละเอียด ส่วนแบ่งรายได้ ค่าธรรมเนียมวางขาย (GP) และระยะเวลาการชำระเงิน

10. ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นระบบ

สร้างระบบการทำงานธุรกิจเบเกอรี่ในแต่ละวันให้ชัดเจน ทั้งเรื่องการอบ การจัดส่งและการตลาด เช่นคุณอาจะทำเบเกอรี่ในตอนเช้าและส่งเบเกอรี่ที่สดใหม่ไปยังร้านกาแฟในท้องถิ่นในช่วงสาย ๆ จากนั้นใช้เวลาช่วงบ่ายในด้านการตลาดและการจัดการต่าง ๆ เป็นต้น

ลองทำ 10 ขั้นตอนเหล่านี้ เพื่อที่จะเปลี่ยนสิ่งที่คุณชอบ มาเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้ที่บ้านเองได้เลยครับ



Reference : http://bit.ly/35FEN75

——————————————————————
สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ
พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน
ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : https://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *