15 หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ที่ราคาเพิ่มสูงสุดในรอบครึ่งปีแรก ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2564

15 หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ที่ราคาเพิ่มสูงสุดในรอบครึ่งปีแรก ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2564

หุ้นกล่มบรรจุภัณฑ์ (PKG) เป็นอีกกลุ่มที่ทำผลงานได้โดดเด่นมากกว่าตลาดโดยรวม (Outperform) โดยมูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มนี้ ณ ปิดครึ่งปีแรก 2564 (สิ้นเดือน มิ.ย.2564) เท่ากับ 3.5 แสนล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 63 จาก 2.5 แสนล้านบาท
.

และช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา (พ.ค.-มิ.ย.) หุ้นในกลุ่มนี้ ยังมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างโดดเด่น ทั้ง SITHAI, SCGP, SLP, SPACK และ GLOCON เป็นต้น

.

โพสนี้จึงจะมาสรุปราคา 15 หุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ในรอบรอบครึ่งแรกของปี 2564 ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกันบ้าง

.

(ข้อมูลเรียงลำดับจาก %เพิ่มมากสุดเมื่อเที่ยบกับสิ้นปี 63)

.

  1. SITHAI : บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,767 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 1.39 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท จาก 0.64 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 117.2% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 23% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3toknIW

.

  1. SLP : บริษัท สาลี่ พริ้นท์ติ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 996 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 0.83 บาท เพิ่มขึ้น 0.4 บาท จาก 0.43 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 93% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 16.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3b6VQBU

.

  1. TPP : บริษัท ไทยบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 724 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 19.3 บาท เพิ่มขึ้น 7.7 บาท จาก 11.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 66.4% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -16.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 35.49 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2QXy4kW

.

  1. NEP : บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 907 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 0.39 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท จาก 0.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 56% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3uor8vN

.

  1. SCGP : บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 266,161 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 62 บาท เพิ่มขึ้น 20.5 บาท จาก 41.5 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 49.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 12.2% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 38.8 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2JCi0kR

.

  1. SPACK : บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,086 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 3.62 บาท เพิ่มขึ้น 1.18 บาท จาก 2.44 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 48.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 28.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 12.8 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2RwYvxz

.

  1. TFI : บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,938 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 0.27 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท จาก 0.19 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 42.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 78.96 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3enBxC5

.

  1. GLOCON : บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,372 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 1.24 บาท เพิ่มขึ้น 0.3 บาท จาก 0.94 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 31.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 15.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3x5t255

.

  1. PTL : บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 23,400 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 26 บาท เพิ่มขึ้น 3.4 บาท จาก 22.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 15% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -2.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 7.87 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2O8e7WI

.

  1. AJ : บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 9,284 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 21.1 บาท เพิ่มขึ้น 2.3 บาท จาก 18.8 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 12.2% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 9.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 13.41 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3tlVGg3

.

  1. TOPP : บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,260 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 210 บาท เพิ่มขึ้น 21 บาท จาก 189 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 11.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -4.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 10.12 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3nRFsdC

.

  1. TCOAT : บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 302 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท จาก 26 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 10.6% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 6.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 24.46 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hsZ2tK

.

  1. TPBI : บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,272 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 5.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.4 บาท จาก 5.05 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 7.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 4.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 13.9 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2RvCX4J

.

  1. SFLEX : บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,674 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 5.7 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท จาก 5.35 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 6.5% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ปรับตัวลดลง -3.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 31.93 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3xR3Hx5

.

  1. ALUCON : บริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 7,733 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 30-6-2564 ปิดที่ 179 บาท เพิ่มขึ้น 9 บาท จาก 170 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 5.3% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (พ.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 2.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 13.03 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3hiqJHa

.
.

❗หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂

.
.

#หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์
#การลงทุน
#iYomBizInspiration

.

Reference
– https://www.set.or.th /

.

สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : https://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *