15 หุ้นกลุ่มเหล็ก ที่ราคาเพิ่มสูงสุด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 (เทียบสิ้นปี 63 และ เม.ย.64)

15 หุ้นกลุ่มเหล็ก ที่ราคาเพิ่มสูงสุด ณ สิ้นเดือน พ.ค.64 (เทียบสิ้นปี 63 และ เม.ย.64)

หุ้นกลุ่มเหล็ก ถือเป็นอีกกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นในปีนี้ โดยมูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มเหล็กมี %การเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา

(เช็คมูลค่าตลาด 10 หมวดธุรกิจ
ที่เพิ่มสูงสุด ณ สิ้น พ.ค.64 (Outperform) > )

.

ซึ่งเมื่อดูมูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มเหล็ก ณ สิ้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 9.2 หมื่้นล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นถึง 98% จากสิ้นปี 2563

.

ซึ่งปัจจัยสำคัญ นั่นคือ การที่ราคาเหล็กในตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี จนมาทำสถิติสูงสูดในรอบ 7 ปี ที่ราคา 5,978.95 หยวนต่อตันในวันที่ (11/5/2564)

.

จึงทำให้หุ้นในกลุ่มเหล็กเกือบทั้งหมดในกลุ่ม ต่างวิ่งขานรับปัจจัยดังกล่าวกันถั่วหน้า (หุ้นในกลุ่มมีทั้งหมด 23 ตัว ปรับตัวสูงขึ้นจากสิ้นปีถึง 21 ตัว)

.

โพสนี้จึงจะมาสำรวจราคาหุ้นกลุ่มเหล็กที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 15 อันดับแรก ว่าราคาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

.

อนึ่ง ณ วันที่ 31/5/2564 ที่ผ่านมา ราคาเหล็กปรับตัวลดลงจากจุดสูงมาแล้วเกือบ 20% มาปิดที่ 4842.11 หยวนต่อตัน จึงทำให้หุ้นกลุ่มเหล็กมีการปรับตัวลดลงจากสิ้นเดือน เม.ย. ในช่วงท้ายของเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

.

(เรียงลำดับตาม %การเพิ่มขึ้นมากสุดจากสิ้นปี 2563)

.

1. TGPRO : บริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,699 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 0.36 บาท เพิ่มขึ้น 0.28 บาท จาก 0.08 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 350% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -2.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > 

.

2. CSP : บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,121 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 2.26 บาท เพิ่มขึ้น 1.65 บาท จาก 0.61 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 270.5% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -5.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 4.49 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > 

.

3. SAM : บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,620 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 1.55 บาท เพิ่มขึ้น 1.08 บาท จาก 0.47 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 229.8% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -0.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

4. TSTH : บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 17,854 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 2.12 บาท เพิ่มขึ้น 1.45 บาท จาก 0.67 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 216.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 28.31 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

5. CEN : บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,311 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 1.76 บาท เพิ่มขึ้น 1.16 บาท จาก 0.6 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 193.3% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -6.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 3.43 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

6. INOX : บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 9,121 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 1.17 บาท เพิ่มขึ้น 0.74 บาท จาก 0.43 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 172.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -12% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 45.77 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > 

.

7. GJS : บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 10,195 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 0.4 บาท เพิ่มขึ้น 0.24 บาท จาก 0.16 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 150% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -16.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 72.29 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

8. PERM : บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,340 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 3.12 บาท เพิ่มขึ้น 1.78 บาท จาก 1.34 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 132.8% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 7.99 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

9. THE : บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 3,438 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 3.12 บาท เพิ่มขึ้น 1.65 บาท จาก 1.47 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 112.2% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 9.06 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

10. TWP : บริษัท ไทยไวร์โพรดัคท์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,064 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 3.94 บาท เพิ่มขึ้น 1.92 บาท จาก 2.02 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 95% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -8.4% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 19.82 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

11. AMC : บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,978 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 4.12 บาท เพิ่มขึ้น 1.8 บาท จาก 2.32 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 77.6% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 5.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 4.94 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > 

.

12. BSBM : บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,029 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 1.81 บาท เพิ่มขึ้น 0.78 บาท จาก 1.03 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 75.7% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -12.1% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 22.09 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > 

.

13. MILL : บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 6,467 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 1.49 บาท เพิ่มขึ้น 0.58 บาท จาก 0.91 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 63.7% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -19.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > 

.

14. TMT : บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 10,014 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 11.5 บาท เพิ่มขึ้น 4.3 บาท จาก 7.2 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 59.7% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ปรับตัวลดลง -7.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 11.96 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.

15. TYCN : บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,244 ล้านบาท]

โดยราคาหุ้นวันที่ 31-5-2564 ปิดที่ 3.76 บาท เพิ่มขึ้น 1.38 บาท จาก 2.38 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 58% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 17.5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 41.19 เท่า

ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ >

.
.

❗หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้นเพื่่อใช้เป็นแนวทางในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂

.

Reference
– https://www.set.or.th /
– tradingeconomics.com

.

สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
website : https://iyom-bizinspiration.com
facebook : https://www.facebook.com/iYomBizInspiration

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *